One Response to “เที่ยวชม ม่านหมอกหนา ที่ ทองผาภูมิ กาญจนบุรี”

  1. ช่วยโฆษณา พูดว่า:

    ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับทองผาภูมิ…กาญจนบุรี…

    หนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้ไปท่องเที่ยวเมืองกาญจนบุรี และบ่อยครั้งที่ไปทองผาภูมิ-สังขละบุรี จนหลงเสนห์ของที่นี่ และอยากบอกเล่าเรื่องราวของทองผาภูมิ-สังขละบุรีเสียทุกครั้งไป ครั้งสุดท้ายไปพักที่บ้านไร่วิมานดิน ( vimandin.com ) เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปเจอที่เที่ยวเพิ่มเติมอีกมากมาย และ มีสัตว์ป่ามากมายอยู่ใกล้ที่พัก แล้วรู้สึกว่าต้องลงมือบอกเล่าให้ผู้คนที่อยู่บนโลกไซเบอร์แห่งนี้ได้รับรู้ หลายคนบอกว่าที่นี่เหมือนปายในอดีต หลายคนบอกว่าอากาศหนาวกว่าเชียงใหม่ ที่ผู้คนกล่าวไว้เราไปพิสูจน์มาแล้วเห็นว่าเป็นจริงเสียยิ่งกว่าจริง 5 องศาจะเรียกว่าหนาวไหมหละ หนาวไหม!!! หนาวไหม!!!

    ยิ่งมาทองผาภูมิยิ่งรู้สึกว่าใกล้ๆเพราะใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพ คงไม่ต้องให้ผู้คนไปท่องเที่ยวไกลถึงเชียงใหม่ หรือแม่ฮ่องสอน

    ยิ่งค้นหาข้อมูลเพิ่มบนอินเตอร์เน็ทและไปเที่ยวมา ยิ่งได้พบสิ่งแปลกๆมากมาย เช่น เมืองทองผาภูมิเหมือนปายในอดีต ผู้คนมีน้ำใจ ในเมืองมีแม่น้ำข้ามได้ที่แปลกมาก มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเมื่อขึ้นไปดูบนยอดเขาพระเจดีย์คีรีแห่งวัดท่านขนุน และมีศพไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่สายไว้ให้คนกราบไหว้บูชา ไกลข้ามเขื่อนออกไปก็ยังมีเจดีย์โบอ๋องที่ห้ามผู้หญิงเดินเข้าไปแปลกตาน่าชมมาก

    ก่อนถึงทองผาภูมิตามรายทางก็มีวัดท่านมิตสุโอะอันแสนร่มรื่น มีที่นั่งช้างถ่อแพที่ลิ่นถินพุถ่อง มีน้ำตกผาตาด กับน้ำพุร้อนหินตาด แล้วก็น้ำตกผาสวรรค์

    จากเมืองทองผาภูมิไปทางปิล๊อกในรัศมีเดียวกัน ก็มีวิวทิวเขื่อนเขาแหลม พร้อมรายทางที่มีทิวทัศน์สวยงาม ผ่านวัดเขาใหญ่ที่มีตาน้ำประหลาดผุดขึ้นมาเป็นแหล่งน้ำที่อาศัยของชาวบ้านหากชาวบ้านไม่สามัคคีตาน้ำนี้น้ำจะหายไป เลยไปอีกนิดก็มีสวนป่าสักออป. สวนป่ายางแห่งภาคตะวันตก พุปลิงที่มีสภาพแวดล้อมงดงามมีพันธ์ไม้แปลกตามากมายที่หาดูยากพร้อมสัตว์เพียบ ยิ่งไปพุปูราชินีจะเห็นปูน่ารักที่มีสีสันพันธ์เดียวและแห่งเดียวในโลกยิ่งน่าประทับใจ เข้าไปอีกนิดก็มีถ้ำ28อันเป็นที่อาศัยของค้างคาวกิตติที่เล่าว่าเล็กที่สุดในโลก มีหินงอกหินย้อยมากมายอยู่ภายใน ไปไม่ไกลก็มีต้นไม้ยักษ์อายุหลายร้อยปี มีฟอสซิลหอย 280 ล้านปี และบนยอดเขา 3 ลูกที่ไปอีกไม่ไกลยังมีบึงน้ำใหญ่ที่เป็นต้นกำเหนิดแห่งแม่น้ำของชาวทองผาภูมิชื่อบึงน้ำทิพย์

    ที่สำคัญจากข้อมูลใหม่ไม่ไกลจากตรงนี้มีหมู่บ้านที่ผู้คนอู้ภาษาคำเมืองของเชียงใหม่ทั้งหมู่บ้านน่าแปลกไหมหละ ยังไม่พอยังมีหมู่บ้านชาวลาวอพยพอีก อันนี้พูดลาวทั้งหมู่บ้านเช่นกัน และห่างจากหมู่บ้านนี้ไม่ไกลมีช้างป่ามาบุกทำลายพืชไร่เห็นตัวเป็นๆได้ทั้งตอนเย็นและกลางคืน จนชาวบ้านทำที่นั่งห้างให้นักท่องเที่ยวดู

    เลยเข้าไปอีกนิด จากทางเข้าบ้านไร่วิมานดิน ก็มีป่าหวายและป่าสักที่ภายในมีพันธ์ไม้ป่าดอกไม้ป่ามากมายให้ชื่นชม เดิมมาอีกนิดก็มีรูปปั้นเสด็จพ่อร. 5 ตั้งตระหง่านสูงใหญ่อยู่ที่นี่สร้างด้วยศรัทธาของผู้มาพักในวิมานดิน เดินจากนั้นก็มีสำนักสงฆ์ และป่าพุที่คล้ายๆพุปลิง มีบ้านชาวกระเหรี่ยง และเดินไปอีกไม่ไกล ใกล้วัดห้วยศรัทธาประชาธรรม มีถ้ำที่ยังไม่มีใครรู้จักอยู่ภายในมีหินแปลกตาอยู่ภายในใครสนใจไปบุกเบิกกันได้

    เลยวิมานดินไป เข้าไปเดินป่าได้ไม่ไกล มีร่องรอยช้างป่า และสัตว์ป่ามากมายเป็นรอยใหม่ๆของเมื่อคืนเยาะแยะจริงๆ มีพุน้ำร้อน 2 พุ ต้มไข่สุกได้เป็นแหล่งน้ำให้ช้างป่าและสัตว์อื่นๆอาศัย เราก็ไปดูมาแล้วเพราะไม่ไกลเดินเพียง 10 ทีก็เจอแล้ว

    ถิ่นนี้มีลำห้วยปากคอก ที่มีผู้คนซึ่งมาพักทองผาภูมิมักจะมาล่องแก่งที่นี่ ทั้งแพ แคนู คยัคและห่วงยาง

    เรื่องราวเหล่านี้ผู้ที่รู้ดีและพาเราไปบุกเบิกคือลุงยศ แห่งบ้านเก็บตะวัน ( keptawan.siam2web.com ) เพื่อนต่างวัยของบ้านไร่วิมานดิน ไกด์เก่า ไกด์เก๋าแห่งเมืองกาญจนบุรี และลุงคนนี้แหละที่บุกเบิกถนนข้าวสาร เทรคกิ้งเชียงใหม่ และการเดินป่าในกาญจนบุรี ในยุคแรกๆที่ไม่มีใครรู้จัก เป็นคนต้นค้นต้นคิดแรกๆเชียว สอบถามข้อมูลจากลุงยศได้ที่เบอร์นี้ 081-9217-644 เชื่อว่าลุงยศวัย 70 กว่าปี คงยินดีตอบทุกคำถาม เพราะลุงยศมีความคิดที่อยากบอกกล่าวเรื่องราวของทองผาภูมิ เช่นเดียวกับเรา

    Panorama Geography

Leave a Reply